ไม่ต้องทนกับ PMS! แพทย์แผนจีนชี้ทางบรรเทาอาการหงุดหงิดด้วยกดจุดและอาหารบำรุง

กรกฎาคม 14, 2026 กดจุด · 穴位按压

PMS ในมุมมองแพทย์แผนจีน: สัญญาณเตือนจากร่างกาย

กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) ในทัศนะของแพทย์แผนจีน ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่สมดุลของชี่และเลือดในร่างกาย ตามหลักแพทย์แผนจีน ตับมีหน้าที่เก็บกักเลือดและควบคุมการระบาย หากชี่ตับติดขัด การไหลเวียนของชี่จะไม่ราบรื่น เลือดก็จะไหลเวียนติดขัด ส่งผลให้เกิดอาการคัดตึงเต้านมและอารมณ์แปรปรวน หากม้ามอ่อนแอ การลำเลียงและแปรสภาพน้ำและความชื้นจะผิดปกติ ทำให้เกิดอาการบวมน้ำและอ่อนเพลียได้ง่าย ส่วนไตที่อ่อนแอ จะทำให้สารจิงและเลือดไม่เพียงพอ ซึ่งจะทำให้อาการปวดหลังและปวดศีรษะรุนแรงขึ้น แม้การแพทย์สมัยใหม่จะมองว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลองค์รวมของร่างกายมากกว่า

การกดจุด: เปิดทางเดินเส้นลมปราณ บรรเทาอาการได้ทันท่วงที

กดจุดต่อไปนี้ วันละ 3-5 นาที ออกแรงกดให้รู้สึกตึงๆ หน่วงๆ หรือปวดหน่วงๆ เล็กน้อย:

  • ตำแหน่งไท่ชง (太冲穴): บริเวณรอยบุ๋มหน้าข้อต่อกระดูกฝ่าเท้าชิ้นที่ 1 และ 2 บนหลังเท้า ช่วยระบายชี่ตับที่ติดขัดและคลายความเครียด บรรเทาอาการหงุดหงิด
  • ตำแหน่งซานอินเจียว (三阴交): เหนือตาตุ่มด้านใน 3 ชุ่น (ประมาณ 4 นิ้วมือของผู้กด) บริเวณขอบด้านในของกระดูกหน้าแข้ง ช่วยปรับสมดุลการทำงานของตับ ม้าม และไต บรรเทาอาการปวดท้องและบวมน้ำก่อนมีประจำเดือน
  • ตำแหน่งเหอกู่ (合谷穴): บริเวณร่องระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บนหลังมือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด บรรเทาอาการปวดศีรษะ

อาหารบำบัด: เลือกทานให้ถูกหลัก บำรุงชี่และเลือด

ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ควรเน้นการบริโภคอาหารดังต่อไปนี้:

  • ระบายชี่ตับ: ชาดอกกุหลาบ เปลือกส้มจีน (เฉินผี) และมะกรูดจีน (ฝอโส่ว) ชงดื่มเพื่อช่วยระบายชี่ตับและบรรเทาอาการแน่นหน้าอก
  • บำรุงม้ามขับความชื้น: ลูกเดือย เห็ดหลินจือ (ฝูหลิง) และมันเทศจีน (ซานเย่า) นำมาต้มเป็นโจ๊ก ช่วยบำรุงม้ามและขับความชื้น ลดอาการบวมน้ำ
  • บำรุงเลือดสงบจิตใจ: พุทราจีน ลำไยแห้ง งาดำ ทานคู่กับหัวบัวและเม็ดบัว ช่วยบำรุงเลือดและสงบจิตใจ ส่งเสริมการนอนหลับ

ควรหลีกเลี่ยงอาหารดิบ เย็นจัด รสเผ็ดจัด และคาเฟอีน เพราะอาจทำให้อาการชี่ติดขัดและเลือดคั่งแย่ลง

การออกกำลังกายแบบเต้าอิ่น: เคลื่อนไหวเพื่อสร้างหยาง ชี่และเลือดไหลเวียนดี

ฝึกท่า ‘สองมือพยุงฟ้า ปรับสามเจียว’ และ ‘ส่ายหัวแกว่งหาง ขจัดไฟในใจ’ จากชุดออกกำลังกายปาต้วนจิ่นทุกวัน หรือจะเลือกการเดินช้าๆ โยคะ ก็ได้เช่นกัน เพื่อช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของชี่และเลือด และบรรเทาอาการเลือดคั่งในอุ้งเชิงกราน ในช่วงมีประจำเดือน ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักหน่วง และเปลี่ยนเป็นการเดินเบาๆ แทน

การปรับสมดุลอารมณ์: จิตใจสงบ ประจำเดือนก็เป็นปกติ

แพทย์แผนจีนเน้นย้ำว่า ‘ความโกรธทำร้ายตับ’ เมื่อมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายในช่วงก่อนมีประจำเดือน ควรฟังเพลงผ่อนคลาย ฝึกหายใจลึกๆ หรือทำสมาธิ สื่อสารกับคนในครอบครัว และหลีกเลี่ยงการสะสมความเครียด งานวิจัยสมัยใหม่ยังยืนยันว่า การฝึกสติเพื่อลดความเครียด (Mindfulness-Based Stress Reduction) สามารถลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลและช่วยให้อาการ PMS ดีขึ้นได้

หากปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 รอบเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หากอาการยังคงรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยและรักษาตามหลักการ ‘辨证施治’ (Bian Zheng Shi Zhi) หรือการรักษาตามกลุ่มอาการ